GuildWar!!
มาเเล้วววววว กิลด์วอร์ Faq
เเละเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา มาดูเเต่ละปราสาทเลยว่ามีอะไรพิเศษหรือเเตกต่างกันบ้าง

Liliopsida, the Majestic Palace
โบนัสผู้ครอบครอง :
-
สมาชิก ได้หินแร่ช่วยหลอมแบบสุ่ม วันละ 1 ก้อน
-
สมาชิก EXP+15% ในการต่อสู้ทุกชนิด
-
มีโอกาส 30% ที่เมื่อจบการต่อสู้ ได้แต้มในการเลื่อนยศ 2 เท่า
โบนัสการป้องกัน :
เนื้อเรื่อง :
Liliopsida, the Majestic Palace หรือปราสาทขาว เป็นราชวังหลวงแห่ง Magi ที่ถูกสร้างขึ้นโดยความร่วมมือของนายช่างชาว Dwarf และเหล่า Hi-Elf เพื่อเป็นเกียรติแก่องค์ปฐมกษัตริย์ Magus Magious De Evangelize ในครั้งที่ทรงพิชิตแผ่นดิน Magi และขับไล่เหล่าพงศ์พันธุ์ของความมืดไปกักขังไว้ในแอ่งกระทะครามเบสได้ โดยปราสาทแห่งถูกสร้างจากศิลาขาวแห่งเหมืองศิลาโครอสสิอัส ที่กล่าวกันว่าเป็นศิลาที่แข็งแกร่งราวกับกระดูกมังกร ซึ่งมีเพียงเหล่า Dwarf ชั้นนายช่างผู้ชำนาญเท่านั้นจึงจะรู้วิธีที่จะสกัดมันออกมาได้
ด้วยโครงสร้างที่แข็งแหร่งและศิลปกรรมแบบ Hi-Elf ทำให้ปราสามทแห่งนี้เป็นเหมือสัญลักษณ์แห่งเกียรติภูมิ อำนาจการปกครอง และความภาคภูมิใจของราชวงศ์ Evangelize มากกว่าพันปี ซึ่งชื่อ Liliopsidaถูกตั้งโดยองค์ราชินีเคเรีย เฮเลน่า ฟรอนสโตรไฮม์ มเหสีที่รักยิ่งขององค์ปฐมกษัตริย์ เนื่องจากครั้งแรกที่พระนางได้เห็นภาพปราสาทสีขาวบริสุทธิ์แห่งนี้ พระนางได้ทรงรำพึงออกมาว่า “ช่างสวยสง่า และบริสุทธิ์ดังดอกลิลลี่ (Liliopsida)” ด้วยเหตุนี้ที่นี้ถึงถูกเรียกขนานว่า Liliopsida, the Majestic Palace

Barzelruss, the Red Palace
โบนัสผู้ครอบครอง :
ข้อจำกัด :
โบนัสการป้องกัน :
เนื้อเรื่อง :
Barzelruss, the Red Palace Barzelruss, the Red Palace เป็นปราสาทขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่หุบเขาเขี้ยวมังกร ซึ่งเดิมนั้นเป็นปราสาทอันเป็นป้อมปราการหน้าด่านแห่งหนึ่งในสมัยสงครามขับไล่ความมืดของราชาอสูรกายเมนอส แต่หลังจากเสร็จสิ้นศึกในครั้งนั้นแล้วปราสาทแห่งนี้ก็ถูกทิ้งร้างเรื่อยมา จวบจนเมื่อช่วง 200 ปีก่อน นายเหมืองชาว Dwarf นาม Grimstorm ได้พาเหล่าแรงงาน Goblin มาสำรวจและพบสายแร่ทองคำขนาดใหญ่ในพื้นที่ของโถงถ้ำใต้ดินซึ่งเดิมเป็นทางลับสำหรับลี้ภัยใต้ตัวปราสาท ทำให้มีการบูรณปราสาทแห่งนี้ขึ้นมาใหม่รวมทั้งเสริมความแข็งแกร่งของกำแพงปราสาทให้มากขึ้นเพื่อป้องกันการรุกรานจากศัตรูภายนอกที่จะมาแย่งชิงสายแร่
แต่น่าเสียดายที่กำแพงที่แข็งแกร่งก็ไม่อาจต้านภัยจากภายในได้ Grimstorm ได้ถูกรุมสังหารจากเหล่าแรงงาน Goblin ที่ปรารถณาจะยึดครองแร่ทองคำและสมบัติของ Grimstorm ทำให้ปัจจุบันปราสาทนี้อยู่ในการครอบครองของเหล่า Goblin ตระกูล Boloboss (ซึ่ง Boboss และ Booby ก็เป็น Goblin ในตระกูลนี้) และในสงคราม 4 ปราการเวทย์นี้เอง ที่เหล่า Sorcerer ทั้งหลายต่างหมายตาที่จะครอบครอง Barzelruss, the Red Palace เพื่อครอบครองความมั่งคั่งที่ไม่มีที่สิ้นสุดจากขุมทองใต้ปราสาทแห่งนี้

Katzbalger, the Castle of Edge
โบนัสผู้ครอบครอง :
-
ทุกวันจะสุ่มได้ Lesser Platinum หรือ Lesser Iridium
-
การสำรวจพื้นที่มีโอกาสได้รับทรัพยากรเพิ่ม 15%
-
การสำรวจพื้นที่ HP/SP ของมอนสเตอร์ลดลง 5%
ข้อจำกัด :
โบนัสการป้องกัน :
เนื้อเรื่อง :
Katzbalger, the Castle of Edge Katzbalger เป็นชื่อของปราสาทที่เคยสร้างความครั่นครามไปทั่วแผ่นดิน Magi ในสมัยสงครามขับไล่ความมืดจากความน่าสะพรึงกลัวของจ้าวผู้ครอบครองปราสาทนาม “ราชันย์ดาบแอสโมดิอุส” ผู้ใช้ดาบดำแห่งความวินาศ Katzbalger ปลิดศรีษะนับหมื่นพันกลางสนามรบดังปลิดใบไม้ลงจากต้น ว่ากันว่าราชันย์ดาบผู้นี้เพียงผู้เดียวได้บดขยี้กองทัพเหล่าเทวฑูตชั้นพาวเวอร์กว่า 2000 องค์ ซึ่งถูกอัญเชิญมาโดย Archbishop Naru สุดยอดแห่ง Summoner แห่งแสงในยุคนั้นด้วยตัวคนเดียว และให้เหล่า Demon Slave ทั้ง 666 ตนใต้บังคับบัญชาของตนนำเลือดเนื้อของเหล่าเทวฑูตนั้นมาบดขยี้ผสมกับซากศิลามาสร้างเป็นปราสาทแห่งนี้ เพื่อใช้เป็นแท่นเก็บดาบสุดที่รักของตน
ซึ่งต่อมาแม้แอสโมดิอุสจะสิ้นชื่อด้วยการแลกชีวิตของ Archbishop Naru พร้อมกับเหล่าเทวทูตชั้นเคลรูบิม 12 องค์ในช่วงกลางของสงครามขับไล่ความมืด แต่ปราสาทที่ถูกสร้างด้วยเลือดและวิญญาณนี้ก็ยังคงอยู่โดยไม่เสื่อมสลาย และว่ากันหากผู้ใดที่ครอบครองบัลลังก์สีโลหิตของปราสาทแห่งนี้ก็จะได้ครอบครองอำนาจวิญญาณมืดแห่ง Katzbalger ไปด้วยเช่นกัน

Library of Arcadian
โบนัสผู้ครอบครอง :
-
ทุกวันจะสุ่มได้หินเลเวล 2 จำนวน 1 ก้อน
-
ได้รับเงินจากการต่อสู้เพิ่มขึ้น 10%
-
ได้รับเงินรายวันเพิ่มขึ้น 50%
ข้อจำกัด :
โบนัสการป้องกัน :
เนื้อเรื่อง :
Library of Arcadian Library of Arcadian คือชื่อของหอสมุดขนาดใหญ่ที่ถูกสร้างโดยท่านดยุค อับราฮัม แอล.พี อาคาเดีย Sorcerer ผู้ก่อตั้ง สมาคมนักเล่นแร่แปรธาตุ และ นักประดิษฐ์แห่งหอคอยอาคาเดีย (Union of Arcadian’s Alchemist & Inventor ) โดยความร่วมมือของท่านผู้หญิง ลิลิออร์ อลิเซีย อาคาเดีย ภรรยาและผู้ช่วยชาว Norman ซึ่งทั้งคู่ได้ทำการก่อสร้างหอสมุดแห่งนี้ขึ้นเพื่อเป็นที่รวบรวมองค์ความรู้ทั้งมวลของมนุษญ์ไว้ในสถานที่ที่จะห่างไกลจากการทำลายล้างไฟสงคราม ซึ่งแม้จะเรียกว่าหอสมุดแต่ Library of Arcadian นั้นควรจะถูกเรียกว่าเมืองขนาดย่อมๆเสียมากกว่า
โดยมีสภาพเป็นเมืองขนาดย่อมๆที่มีที่พักสำหรับผู้เดินทางมาศึกษาค้นคว้า ห้องวิจัยและวิทยาลัย รวมมทั้งหอสมุดย่อยทั้ง 4 แห่งที่กระจายตัวอยู่ทั้ง 4 มุมเมือง กับหอสมุดกลางขนาดใหญ่ที่รวบรวมงานวิจัยสำคัญๆเอาไว้ ซึ่งทั้งหมดนี้ตั้งอยู่บนเกาะกลางทะเลห่างจากชายฝั่ง Blue Coast ไปราว 5 ไมล์โดยมีสะพานศิลาเป็นเส้นทางเชื่อมต่อไปยังตัวเกาะ ซึ่งทุกๆ 1 ไมล์จะมีด่านคอยตรวจสอบผู้เดินทาง ทำให้ที่แห่งนี้เป็นทั้งปราการที่แข็งแกร่งและแหล่งขุมทรัพย์ทางปัญญาชิ้นสำคัญสำหรับผู้รู้คุณค่าของมัน
กลับไปข้างบน
กลับไปสู่หน้าหลัก